การบำบัดน้ำประปา เทศบาลเมืองอยุธยา

การบำบัดน้ำประปาเทศบาลเมืองพระนครศรีอยุธยา

การผลิตน้ำประปาคุณภาพมาตรฐานสำหรับประชาชนถือเป็นภารกิจสำคัญของการประปาเทศบาลเมืองพระนครศรีอยุธยา ซึ่งพื้นที่นี้มีความท้าทายเฉพาะด้าน เนื่องจากเป็นเมืองเก่า รายล้อมด้วยแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้คุณภาพน้ำดิบ (Raw Water) มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ทั้งความขุ่น (Turbidity) ปริมาณสารแขวนลอย (Suspended Solids) รวมถึงความต้องการออกซิเจนเคมี (COD) ที่มีผลต่อประสิทธิภาพการบำบัด ดังนั้น หน่วยงานจึงต้องพึ่งพาวิธีบำบัดที่ได้มาตรฐาน และสารเคมีคุณภาพสูงเพื่อควบคุมคุณภาพน้ำให้ปลอดภัยตามเกณฑ์กรมอนามัย

และครั้งนี้ บริษัท พรภพ เคมีคอล ได้รับความไว้วางใจให้ร่วมสนับสนุนระบบบำบัดน้ำประปาของเทศบาล เน้นการเลือกใช้สารเคมีที่เหมาะสม ควบคุมกระบวนการให้ได้มาตรฐาน และช่วยลดต้นทุนด้านการผลิตน้ำในระยะยาว

ขั้นตอนการบำบัดน้ำประปาของเทศบาลเมืองพระนครศรีอยุธยา

การประปาเทศบาลเมืองพระนครศรีอยุธยา ใช้ระบบบำบัดเชิงกลและเคมีร่วมกัน โดยอ้างอิงกระบวนการ

1. การรับและกรองน้ำดิบ

น้ำดิบจะถูกดึงมาจากแหล่งน้ำผิวดิน เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา หรือแหล่งน้ำธรรมชาติอื่น ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ โดยผ่าน ตะแกรงหยาบ (coarse screens) เพื่อกำจัดเศษวัสดุขนาดใหญ่ เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ หรือขยะจากลำน้ำ จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการ ตกตะกอน โดยใช้สารจับตะกอน (coagulant) เช่น อลูมิเนียมซัลเฟต (alum) หรือเหล็กคลอไรด์ (ferric chloride) ซึ่งช่วยให้ตะกอนละเอียดรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่และจมลงในถังตกตะกอนง่ายขึ้น 

2. การควบคุมความขุ่นและสารแขวนลอย

หลังจากการตกตะกอน น้ำจะถูกผ่าน ตัวกรองหลายชั้น (multi-media filtration) ซึ่งประกอบไปด้วยชั้นทราย กรวด หรือถ่านกัมมันต์ (activated carbon) เพื่อลด ความขุ่น (turbidity) และสารอินทรีย์ที่อาจทำให้รสชาติ กลิ่น หรือสีของน้ำไม่เหมาะสมสำหรับการบริโภค

 3. การฆ่าเชื้อ

หนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการ ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ (disinfection) โดยใช้ คลอรีน (chlorine) ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูงและสามารถคงระดับคลอรีนตกค้างที่ปลอดภัยในระบบจ่ายน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงการปนเปื้อนจากแบคทีเรีย ไวรัส หรือจุลินทรีย์อื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดโรค

การตรวจสอบคุณภาพและการตรวจวัด

หลังจากผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพ น้ำประปาที่ผลิตขึ้นจะต้องได้รับการ ตรวจสอบตามมาตรฐานคุณภาพน้ำดื่มของไทย ซึ่งกำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข โดยมีพารามิเตอร์ที่ต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวด เช่น:

  • ค่า pH อยู่ในช่วงที่เหมาะสม (ประมาณ 6.5–8.5)
  • ความขุ่น (NTU) ไม่เกินค่ามาตรฐาน
  • ปริมาณ สารละลายทั้งหมด (TDS) และโลหะหนัก เช่น เหล็ก แมงกานีส อยู่ภายในขอบเขตที่ปลอดภัย
  • แบคทีเรียโคลิฟอร์ม และ E.coli ต้องไม่พบเลยในตัวอย่างน้ำดื่ม
  • คลอรีนอิสระ (residual chlorine) ต้องอยู่ในระดับที่ปลอดภัยแต่เพียงพอเพื่อป้องกันการปนเปื้อนซ้ำ

มาตรฐานเหล่านี้สอดคล้องกับเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาที่กรมอนามัยและหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ กำหนดและจะมีการสุ่มตัวอย่างตรวจทุกระยะของระบบท่อและจุดส่งน้ำเพื่อตรวจสอบความสม่ำเสมอของคุณภาพน้ำ

การตรวจสอบตามแนวปฏิบัติ

การตรวจสอบคุณภาพน้ำปะปาในระบบเทศบาลเมืองอยุธยา ไม่ได้จำกัดเฉพาะการทดสอบที่โรงผลิตเท่านั้น แต่รวมถึง

  • การสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำจากปลายท่อในชุมชน เพื่อทดสอบค่าแบคทีเรียและปริมาณคลอรีนตกค้าง
  • การใช้ห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ในการวิเคราะห์พารามิเตอร์ทางเคมีและทางกายภาพ
  • การตรวจสอบ สภาวะการทำงานของอุปกรณ์จ่ายสารเคมี และการปรับจูนปริมาณสารให้เหมาะสมตามคุณภาพน้ำดิบที่เปลี่ยนไป

สรุป

การบำบัดน้ำประปาของเทศบาลเมืองพระนครศรีอยุธยาเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เทคนิคทั้งด้านเคมี และการควบคุมระบบอย่างละเอียด ตั้งแต่การตรวจสอบน้ำดิบ การเติมสารตกตะกอน การกรอง การฆ่าเชื้อ ไปจนถึงการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำในห้องปฏิบัติการ การดำเนินการทั้งหมดนี้ช่วยให้ประชาชนได้รับน้ำประปาที่สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐานสากลทุกวัน